คึกคัก PROS หุ้น เปิดเทรดวันแรก ราคาพุ่ง

คึกคัก PROS หุ้น เปิดเทรดวันแรก ราคาพุ่ง พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง หรือ ( PROS )  พร้อมเข้าเทรด mai วันแรกแล้ว วันที่ 27เมษายน 2564 นี้

PROS หุ้น

ผู้บริหารมั่นใจมาก ส่วนนักลงทุนตอบรับกันอย่างคึกคัก พร้อมตุนงานในมือไว้ล็อตใหญ่ กว่า 2 พันล้านบาท ดันผลงานโต ต่อเนื่อง ให้ราคา เหมาะสม 2.70 – 3 บาท / หุ้น คาดกำไรเติบโตเฉลี่ย แล้วปีละ 47 – 53% เลยทีเดียว

ราคา หุ้น PROS  ธุรกิจบริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรม ซึ่ง ประกอบอาคาร เปิดซื้อขายวันแรกในตลาดหุ้น mai อยู่ที่ 4 บาท ราคาทะยาน 100 % จากราคา ไอพีโอ หุ้นละ 2 บาท นำเงินขยายลงทุนเครื่องจักร และ อุปกรณ์ – ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน นั้นเอง

การตั้งเป้ารายได้ ในระยะ เวลา 3 ปีข้างหน้า เติมโตเฉลี่ยปีละ 10 – 20 %

โดย นายพงศ์เทพ ได้ออกมา กล่าวว่า แผนการเติบโตในช่วง 3 ปี จากนี้ ตั้งแต่ปี 2564 – 2566 นั้น บริษัทได้ตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10 – 20% โดยจะมาจากงานบริการรับเหมาติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร และ รายได้จากงานให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานโยธา นั่นเอง

โดยคิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันกว่า 99% เลย ทีเดียว ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้อื่น ๆ ซึ่งใน ขณะเดียวกัน บริษัทเอง ยังคงเน้นควบคุม และ การบริหารจัดการต้นทุนที่ดี เพื่อ ความสามารถในการทำกำไรที่ดีไปเรื่อย ๆ โดยมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรสุทธิ ( Net Profit Margin ) ให้อยู่ที่ระดับ 6 – 7% จากปี 2563 ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 5% นั้นเอง

PROS มั่นใจ หุ้นเทรดวันแรกคึกคักราคาพุ่ง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ( มหาชน ) หรือ PROS นายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง เปิดเผยว่า บริษัทนั้น มีความมั่นใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ( mai ) วันแรกในวันที่ 27 เมษายนนี้

จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน อย่างแน่นอน และ พร้อมที่จะ เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ด้วยความพร้อมทางด้านบุคลากร และ ระบบการทำงานเพื่อขยายธุรกิจ และยังเพิ่มโอกาส ในการเข้าประมูลงานใหม่ ๆ และ ยังสนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้และ กำไร รวมถึง อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในบริษัทให้เติบโตอย่าง ต่อเนื่อง นั้นเอง

PROS หุ้น

ส่วน นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางด้านการเงินของ PROS เปิดเผยว่า PROS จะเป็นหุ้น ไอพีโอ ที่ได้รับความสนใจ และ ได้รับความนิยม จากนักลงทุน อย่างมาก

ด้วยจุดเด่น ของบริษัท นั้น มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีความมั่นคง อยู่แล้ว โดยภายหลังจาก IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลงเหลือเพียง 0.61 เท่าในปี 64 จากปี 63 ก่อน IPO อยู่ที่ 1.18 เท่า โดยจะ มีนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

ส่วนรายได้ และ กำไร PROS เติบโตแข็งแกร่งโดยมีปัจจัยสนับสนุน มาจากงานโครงการในมือที่ยังไม่ส่งมอบ วันที่ 15 มีนาคม 2564 จำนวน ทั้งสิ้น  768 ล้านบาท และ งานที่มีหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้าง ( LOI ) อีกราว 1,229 ล้านบาท เลยทีเดียวซึ่ง

ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขงานในมือทุบสถิติใหม่ของบริษัท นั้นเอง และ ยังไม่รับรวมโครงการใหม่ ๆ ที่บริษัท มีโอกาสเข้าไปร่วมประมูลเพิ่มเติมอีก นั้นเอง

วิเคราะห์ หุ้น PROS  

บริษัทหลักทรัพย์ ( บล. ) เคจีไอ ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน ) ได้ทำการ ประเมินมูลค่า พื้นฐานกลางปี 2565 ของ PROS ที่ 3.00 บาท จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังระยาวของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเสาเข็ม ซึ่ง ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือที่ยังไม่รับรู้รายได้อยู่ที่ราว 768.31 ล้านบาท เลยทีเดียว

นอกจากนี้ บริษัท ยังเป็นผู้ชนะประมูล หรือ ได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้างแล้ว จำนวน 7 โครงการ ซึ่งรวมมูลค่ารวมได้ ทั้งหมด 1,229.48 ล้านบาท นั้นเอง เติบโตถึง 47%

ย้ำกลุ่มผู้ถือหุ้น PROS  ใหญ่กอดหุ้นแน่น

โดย นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน ) ได้เปิดเผยว่า 

นักลงทุนจะให้ความสนใจ และ การตอบรับหุ้น PROS เป็นอย่างดี จากราคาหุ้น IPO ที่ระดับราคา 2 บาท เป็นราคาที่มีส่วนลดในระดับที่ดีมากให้กับนักลงทุน แล้ว

ความน่าสนใจในการรลงทุน PROS

1. ประมาณการรายได้ และ กำไร โตต่อเนื่อง แน่นอน ซึ่งดูจากงานในมือที่ทยอยรับรู้ ต่อเนื่อง รวมถึงงานใหม่ โดยคาดรายได้เติบโต  ปี 2563 – 2565 ราว ๆ  28.6% ต่อปี และ คาดกำไรสุทธิปี 63  -65 เติบโตราว 53.3% ต่อปี เลยทีเดียว

2. มีฐานการเงินแข็งแกร่ง และ มั่นคง โดยหลังจากการ IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนจะลดลงมาเหลือเพียง 0.03 เท่า ในปี2564 โดยมีสถานะ เป็น Net Cash มีเงินสดในมือสูงมาก และ มีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง นั้นเอง

3. ซึ่งทีมผู้บริหาร และ เจ้าหน้าที่ มีประสบการณ์ในธุรกิจมากว่า 25 ปี มีผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

โดย ราคาปิดเทียบกำไรสุทธิ P/E ของ บริษัท คาดว่าจะลดลงได้อีกมาก เนื่องจากศักยภาพที่จะเติบโตโดดเด่น อย่างต่อเนื่อง จากงานในมือที่มีอยู่ และ จากฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้น อยู่แล้ว จะทำให้บริษัทมีความพร้อมเข้าประมูลงานใหม่ ๆ อย่าง ต่อเนื่อง

ทั้งส่วนของ ภาครัฐ และ เอกชน มีโอกาสได้รับงานอีกมากในอนาคต ตามการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรม ในประเทศ ประกอบกับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ เพิ่มโอกาสในการรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น นั้นเอง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊ก

บทความแนะนำ