แมนซิตี พบ เชลซี

แมนซิตี พบ เชลซี คาดการณ์รายชื่อ 11 ผู้เล่น ตัวจริง และ สถิติการเคยพบกัน 5 นัด หลังสุด รวมไป ถึงเกร็ดน่ารู้ ก่อนเกม ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ” พบ ” เชลซี ” ในศึก ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2020-21 นัดชิง ชนะเลิศ

แมนซิตี พบ เชลซี

วันที่ 29 พฤษภาคม 2564 สำหรับความเคลื่อนไหว ก่อนเกมที่ทาง ” เรือใบสีฟ้า ” แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้น ภายใต้การนำทีม เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมชาวสเปน นั้นเอง

ซึ่งมีโปรแกรมลงสนามพบกับ ” สิงโตน้ำเงินคราม ” เชลซี ทีมคู่แข่งร่วมลีก ของทาง โธมัส ทูเคิล เทรนเนอร์ ชาวเยอรมัน

ในศึก ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2020 – 21 รอบชิงชนะเลิศ ค่ำคืนนี้ที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา ประเทศโปรตุเกส คืนนี้ เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมที่คาดว่าจะลงสนามในเกมนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : (4-3-3) ประกอบไปด้วย เอแดร์สัน (GK) – ไคล วอลเกอร์ , รูเบน ดิอาส , จอน สโตนส์ , โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก – แบร์นาโด ซิลวา , อิลคาย กุมโดกัน – ริยาด มาห์เรซ ,โรดรี ,  เควิน เดอ บรุนด์ , ฟิล โฟเดน

เชลซี : (3-4-2-1) ประกอบไปด้วย เอดูอาร์ เมนดี (GK) – เซซาร์ อัซปิลิกวยตา , รูดิเกอร์ – รีซ เจมส์ , จอร์จินโญ , เอ็นโกโก ก็องเต , เบน ชิลเวลล์ – ฮาคิม ซิเยค , ติอาโก ซิลวา ,  เมสัน เมาท์ – ติโม แวร์เนอร์

สำหรับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2020 – 21 ที่ผ่านมานั้น เป็นการพบกัน ของสองทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ระหว่างแชมป์ พรีเมียร์ลีกล่าสุดอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ เชลซี โดยคู่นี้ เดิมที ยูฟ่า ได้ทำการวางโปรแกรมสังเวียน ชิงดำไว้ที่ อิสตันบูล ประเทศตุรกี

แต่ด้วย เป็นพื้นที่สีแดง ตอนนี้ ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด – 19 จึงทำให้ต้องย้ายสนามแข่งขัน ก่อนจะมีมติย้ายไปเล่นที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา

ของ สโมสรปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส แทนนั้นเอง โดยแข่งขัน จะเริ่มขึ้น เวลา 02.00 น. ช่อง uefa.tv ถ่ายทอดสดให้ดูกันทางออนไลน์

เกร็ดน่าสนใจนัดชิงชนะเลิศ

สำหรับ แมนฯ ซิตี้ เข้าชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกสุด ส่วน เชลซี จะลงเล่นเกมชิงเจ้ายุโรปเป็นหนที่ 3 ในประวัติศาสตร์

นี่คือนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ออล-อิงแลนด์ ไฟนัล เกมที่ 3 ถัดจาก เชลซี แพ้จุดโทษ แมนฯ ยูไนเต็ด ปี 2008 และ ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส สองปีที่แล้ว

และนี่คือนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งที่ 8 ที่สโมสรจากชาติเดียวกันเจอกันกัน คือ เรอัล มาดริด ชนะ บาเลนเซีย ปี 2000 , เรอัล มาดริด ชนะ แอต.มาดริด ปี 2014 กับ 2016 , เอซี มิลาน ชนะจุดโทษ ยูเวนตุส  ปี 2003 , บาเยิร์น ชนะ ดอร์ทมุนด์ ปี 2013 ส่วนอีก 3 ครั้งคือทีมอังกฤษเจอกันเอง

แมนซิตี พบ เชลซี

ส่วน แมนฯ ซิตี้ เป็นสโมสรอังกฤษทีมที่ 9 ที่เข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสถิติสูงสุด รองมาเป็น อิตาลี กับเยอรมัน ชาติละ 6 ทีมแมนฯ ซิตี้

เคยทำเกมบุกมาเสมอ เอฟซี ปอร์โต้ 0 – 0 ที่เอสตาดิโอ โด ดราเกา สังเวียนนัดชิงชนะเลิศปีนี้ ในรอบแบ่งกลุ่มซึ่ง เป็นเกมเดียวที่พวกเขาไม่ชนะในถ้วยใหญ่ยุโรปซีซั่นนี้ นั้นเอง

สำหรับทางด้านเชลซี นั้น บุกมาชนะที่เอสตาดิโอ โด ดราเกา หนเดียวจากทั้งหมด 4 นัด ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี เองเคยแค่ทีมละ 4 ประตูตลอดเส้นทางถึงนัดชิงชนะเลิศซีซั่นนี้

เป็นสถิติเสียประตูน้อยสุดนับตั้งแต่ บาร์เซโลน่า (4) เฉือนชนะ อาร์เซน่อล (2) เมื่อปี 2006 ส่วนแมนฯ ซิตี้ และ เชลซี ไม่เคยเสียประตูมากกว่านัดละ 1 ลูก เลยในแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้

สถิติพบกันที่ผ่านมาระหว่าง แมนซิตี พบ เชลซี

โดยทั้งสองทีมมาเจอกันใน เวทียุโรปหนเดียว ในรอบรองชนะเลิศ คัพ วินเนอร์ส คัพ ซีซั่น 1970 – 71 โดย เชลซี เฉือนเข้าป้าย 1- 0 โดยทั้งสองทีม เกม แรก เดเร็ค สเมตเฮิร์สต์ ซัดประตูโทนนาที 46 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ รอน ฮีลี่ ทำเข้าประตู

ตัวเองนาที 43 ที่เมน โร้ด ก่อน สิงห์บลูส์ ผ่านเข้าไป ชนะ เรอัล มาดริด ในนัดรีเพลย์ ” สิงห์บลูส์ ” ปราบราชันชุดขาวในรอบชิงคว้าแชมป์ในฤดูกาล 1970-71 ได้สำเร็จ ที่ผ่านมานั้นเอง

ที่กล่าวมานี่คือ การเจอกันหนที่ 4 ในฤดูกาลนี้ ของทั้งสองทีม โดย เรือใบสีฟ้า บุกชนะ 3 – 1 ในเกมลีก 3 มกราคม แต่แพ้ใน 2 เกม

ล่าสุดคือ 0-1 รอบตัดเชือกเอฟเอ คัพ 17 เมษายน และบุกย้ำชัยถึง เอติฮัด 2-1 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา นั้นเอง

ผลงานพบกันทั้งหมด เชลซี ชนะ 68 แมนฯ ซิตี้ ชนะ 58 เสมอกัน 40 นัด

สำหรับ คู่นี้เจอกันในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ฤดูกาล 2018 – 19 ซึ่งมีผลเสมอกัน 0 – 0 ในเวลา 120 นาที ก่อนเรือใบสีฟ้า

ดวลเป้าชนะ 4 – 3 หลังมีเพียง ลีรอย ซาเน่ ยิงติดเซฟ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า นอกนั้น เซร์คิโอ อเกวโร่ ,

อิลคาย กุนโดกัน ,แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้าทั้งหมด ส่วนฝั่งเชลซี จอร์จินโญ่ ยิงติดเซฟ เอแดร์ซอน และ ดาวิด ลุยซ์ ดันซัดชนเสา มีแค่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า , เอแมร์ซอน และเอแด็น อาซาร์ ที่ยิงเข้า

คู่นี้เคยเจอกันในนัดชิงบอลถ้วย อีกหนเดียวคือครั้งแรกสุดรายการ ” ฟูลล์ เมมเบอร์ส คัพ ” รายการที่คัดเฉพาะสโมสรใน 2 ลีก

สูงสุดประเทศลงชิงชัยในฤดูกาล 1985-86 โดย สิงห์บลูส์ เฉือนชนะ 5-4 จากแฮตทริกของ เดวิด สปีดี้ และโคลิน ลี บวกอีก 2 ประตูที่เหลือ

ก่อนมาคุม เชลซี โธมัส ทูเคิ่ล ไม่เคยเอาชนะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สมัยคุมไมนซ์ กับดอร์ทมุนด์ (เสมอ 2 แพ้ 3) ยิงได้ 2 เสีย 11 ทว่าคว้าชัยตลอด 2 เกมล่าสุดที่พบกัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

บทความแนะนำ