เลสเตอร์ กับ สเปอร์ส

เลสเตอร์ กับ สเปอร์ส เลสเตอร์ แพ้ สเปอร์ส  2 – 4 ตอนแรก เลสเตอร์ มีโอกาสยิงขึ้นนำ 2 ครั้ง 2 หน แต่สุดท้าย นั้น มาโดน สเปอร์ส รัวยิงในช่วงท้ายเกม บุกแซงชนะ ได้ถึง 4 – 2 ที่คิง พาเวเวอร์ สเตเดี้ยม

ทำให้ทีม “ จิ้งจอก ” เลสเตอร์ อกหักได้อันดับ 5 อดได้ตั๋วลุยศึกยูซีแอล ขณะที่ แฮร์รี่ เคน หัวหอกไก่เดือยทอง สเปอร์ส ยิงเพิ่มอีกหนึ่งเม็ดในเกมนี้ ทำให้ครองดาวซัลโวด้วยผลงานซัดไป 23 ประตู ไปได้ นั้นเอง

เลสเตอร์ กับ สเปอร์ส

สำหรับ ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เป็นการลงสนามนัดสุดท้ายของฤดูกาล เกมที่ น่าสนใจ “สุนัขจิงจอก” เลสเตอร์ ซิตี เปิดคิง เพาเวอร์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ ไก่เดือยทอง ” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

สำหรับเกมนี้ เลสเตอร์ ซิตี ของ กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องการชัยชนะสถานเดียวเท่านั้น และ เพื่อต้องการผลการแข่งขันของคู่ระหว่าง คริสตัล พาเลซ พบ ลิเวอร์พูล และ แอสตัน วิลล่า พบ เชลซี เพื่อลุ้น ติดท็อปโฟร์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซันหน้า oนั้นเอง

พรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์ ซิตี้ – สเปอร์ส

พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2020 – 2021 ประจำ โปรแกรมสัปดาห์ ที่ 38 นัด สุดท้ายของฤดูกาล

เป็นการพบกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้าน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับ การมาเยือนของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ โดยมีการเปิดให้แฟนบอลเข้าชมได้ 8,000 คน อีกด้วย

โดย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าบ้าน วางหมากมาในแผน 3-4-1-2 ใช้หน้าต่ำเป็น เจมส์ แม็ดดิสัน ทำเกมรุกร่วมกับคู่กองหน้าอย่าง เคเลชี อิเฮียนาโช และ เจมี วาร์ดี้ นั้นเอง

สำหรับ ด้านทีมเยือนของ ไรอัน เมสัน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้า เป็น แฮร์รี เคน ประสานงาน ในแนวรุกร่วม กับ สตีเฟน เบิร์กไวน์ , เดเล อัลลี และ ซน ฮึง-มิน นั้นเอง

เริ่มเกมได้ 18 นาที ผู้ตัดสินไปดูจอ VAR ข้างสนาม ในจังหวะที่ วาร์ดี้ ไปโดน โทบี อัลเดอร์แวเรลด์ สกัดบอล ล้มลงไป และ ให้จุดโทษ แก่ เลสเตอร์

ก่อนที่ทาง วาร์ดี้ จะเป็นผู้สังหารเอง เข้าไปไม่พลาด ส่งให้จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำไปก่อนเลย 1 – 0 นั้นเอง

เลสเตอร์ กับ สเปอร์ส

ต่อมาในนาทีที่ 21 เจ้าบ้านกลับต้อง เสียกองหลัง ตัวหลักอย่าง เวสลีย์ โฟฟานา ไป ซึ่งมีปัญหา บาดเจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว  นั้นเอง

ทำให้ต้องส่งกองกลางอย่าง น็อมปาลีส เมนดี้ ลงมาเป็นตัวสำรองคนแรก และ ถอยเอา วิลเฟรด เอ็นดีดี้ ไปเล่นเป็นกองหลังแทนทาง โฟฟานา ในที่สุด

ซึ่งช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 41 สเปอร์ส มาได้ประตูตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้  จากจังหวะที่ ซน ฮึง-มิน เปิดบอลทางสุดเส้น หลังฝั่งขวาไปโดนแนวรับ

เลสเตอร์สกัดมาเข้าทาง เคน วอลเลย์ด้วยขวาเน้น ๆ ตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 23 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลของเจ้าตัวด้วย ทำให้สกอร์เท่ากันที่ 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยผลนี้ นั้นเอง

สำหรับครึ่งเกมหลัง แชมป์เอฟเอคัพ มาได้จุดโทษ อีกครั้ง ในนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ วาร์ดี้ ไปโดน ดาวินซอน ซานเชซ ดึงล้มลงไป

ก่อนจะ เป็น วาร์ดี้ คนเดิมรับหน้า ที่สังหารไม่พลาด เป็นลูกสอง ของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้จิ้งจอกสยามนำอีกรอบ 2 – 1 นั้นเอง

แต่แล้วนาทีที่ 78 ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ก็มาได้ประตูตีเสมอ อีกครั้ง เช่นกัน จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ ซน ฮึง-มิน เปิดแล้วไปโดน แคสเปอร์ ชไมเคิล ออกมาชกไม่ดีกลายเป็นปลิ้นเข้าประตูตัวเองไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 2 – 2 นั้นเอง

สำหรับในส่วน ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 87 สเปอร์สมาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ เคน ไหลบอลทางสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายย้อนมาแถวสองให้ แกเร็ธ เบล แปด้วยซ้ายเน้น ๆ อย่างเด็ดขาด ส่งให้ทีมเยือนแซงขึ้นนำมาเป็น 3 – 2

ในช่วงทดเวลานาทีที่ 90+6 ไก่เดือยทอง มาบวก ลูกสี่ ได้สำเร็จ ฉีกหนีไปอีก จากจังหวะที่ เบล เจ้าเก่ากระชากบอลไปยิงชนเสาแล้วตามซ้ำ ดาบสองไม่เหลือ เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกม นี้ด้วย ช่วยให้ทีมเยือนหนีเป็น 4-2 ประตู

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมการแข่งขัน เป็น ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ บุกมาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 4-2 นั้นเอง จบอันดับ 7 ด้วยการเก็บได้ 62 คะแนน ได้

มีโอกาส โควตาไปเล่นในถ้วยใหม่ อย่างยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 5 ด้วยการเก็บได้ 66 คะแนน ได้โควตาไปเล่นในยูฟ่า ยูโรป้า ลีก นั้นเอง เลสเตอร์ กับ สเปอร์ส

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (4-2-3-1) ประกอบไปด้วย  แฮร์รี เคน , อูโก้ โยริส ,  แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้,  โทบี อัลเดอร์แวเรลด์ ,

เซร์คิโอ เรกีลอน , ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ , ดาวินซอน ซานเชซ , แฮร์รี วิงส์ , สตีเฟน เบิร์กไวน์ (แกเร็ธ เบล น.68) , เดเล อัลลี (ลูคัส มูรา น.68) , ซน ฮึง-มิน (โจ โรดอน น.90+4)

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2) ประกอบไปด้วย  แคสเปอร์ ชไมเคิล , ทิโมธี กาสตาญ , เคเลชี อิเฮียนาโช ,  เวสลีย์ โฟฟานา (น็อมปาลีส เมนดี้ น.21) ,

ชาลาร์ โซยุนจู , ยูริ ตีเลอมันส์ , มาร์ค อัลไบรท์ตัน (อโยเซ เปเรซ น.80) , วิลเฟรด เอ็นดีดี้ , ลุค โธมัส , เจมส์ แม็ดดิสัน (ริคาร์โด้ เปเรรา น.62) , เจมี วาร์ดี้

สภาพความพร้อมก่อนเกมของทั้งสองทีม

เลสเตอร์ เกมนี้จะยังไม่มี เจนกิซ อุนแดร์, เจมส์ จัสติน  และ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ใน ขณะที่ จอนนี อีแวนส์ ต้องรอเช็คความฟิตก่อน แนวรับคาดว่า จะใช้ ทิโมธี กาสตาญ , เวสลีย์ โฟฟานา และ ชาลาร์ โซยุนจู

เป็นสามกองหลัง แดนกลางนำทัพโดย ยูริ ตีเลอมันส์ ประสานงานกับ วิลฟรีด เอ็นดีดี้ โดยที่มี อโยเซ เปเรซ คอยปั้นเกมให้อยู่ด้านหลังคู่หัวหอก เคเลชี อิเฮียนาโช และ เจมี วาร์ดี้ นั้นเอง

สเปอร์ส เกมนี้จะไม่มี จาเฟ็ต ทังกานก้า และ เบน เดวีส์ ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่น่าจะได้ โทบี อัลเดอร์แวเรลด์ ฟิตกลับมาจับคู่กับ เอริค ไดเออร์ ได้ทันเวลา

แดนกลางนำทัพโดย ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ ประสานงานกับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล แนวรุกใช้ ซน ฮึง-มิน , เดเล อัลลี และ แกเร็ธ เบล คอยปั้นเกมให้ แฮร์รี เคน จบสกอร์

บทความแนะนำ