เราชนะรอบใหม่

เราชนะรอบใหม่ ติดตามการอัปเดตความคืบหน้าโครงการ “เราชนะ” เตรียมแจกเงินเพิ่มคนละ 2,000 บาท

เราชนะรอบใหม่
เราชนะรอบใหม่

“เราชนะ” มาแล้ว เราชนะรอบใหม่ ใช้จ่ายครบ 7,000 บาทแล้ว 24.9 ล้านคน คลังเพิ่มเงินให้อีก 2,000 บาท

โครงการ “เราชนะ” เตรียมแจกเงิน เราชนะรอบใหม่ เพิ่มคนละ 2,000 บาท มีผู้ได้รับสิทธิ์แล้วรวม 32.9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่าย รวมกว่า 2แสนกว่า ล้านบาท

วันที่ 5 พ.ค. 2564 ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการแล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.9 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 204,062 ล้านบาท

ความคืบหน้าของโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2564

มีผู้ได้รับสิทธิ์ใน โครงการเราชนะ ที่ใช้จ่ายจนครบวงเงิน สิทธิ์แล้ว จำนวน 24.9 ล้านคน ทำให้การใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการ ร้านธงฟ้าราคาประหยัด พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่มีแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ให้บริการที่ลงทะเบียน เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ

กระทรวงการคลัง อัปเดตความคืบหน้าของโครงการ “เราชนะ” ดังนี้

1. ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 7หมื่นกว่าล้านบาท

2. ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบ ฐานข้อมูล ของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไป ที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com  แล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่าย วงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 115,150 ล้านบาท

3. ประชาชนกลุ่ม ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นพิเศษ ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.4 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงิน สิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 1หมื่น5พันกว่าล้านบาท

ทั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ แล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.0 ล้านคน นับเป็นมูลค่าการใช้จ่าย ในระบบเศรษฐกิจไทย แล้วกว่า 2แสน4พันกว่า ล้านบาท และมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ ที่ใช้จ่ายจนครบวงเงินสิทธิ์แล้ว จำนวน 25.0 ล้านคน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการ ร้านธงฟ้า ราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจ ท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งยินยอม เข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ให้บริการที่ลงทะเบียน เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ

ที่มาของข่าวกล่าวว่า สำหรับมาตรการในต่อไป เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง กรอบวงเงินเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ที่เหลืออยู่ ได้แก่ 1.มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ในกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ระยะที่ 3 จำนวน 13.65 ล้านคน โดยให้เงินค่าครองชีพ แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม-ธันวาคม) และเพิ่มกำลังซื้อ ให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ( เป็นกรณีพิเศษ ) จำนวนเป้าหมาย 2.4 ล้านคน เพิ่มเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม-ธันวาคม)

“ยิ่งใช้ยิ่งได้” คืออะไร เปิดรายละเอียดรัฐแจก E-Voucher สูงสุด 7,000 บาท

โครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” คืออะไร

โครงการยิ่งใช้ ยิ่งได้ เป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง และรายได้สูง โดยภาครัฐจะสนับสนุน บัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Voucher) เบื้องต้นคาดว่าสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ ชำระเงินผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับผู้ประกอบการร้านค้า และบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

โครงการนี้จะช่วยกระตุ้น เศรษกิจต่างๆ ภายในประเทศ และการบริโภคในประเทศ ผ่านผู้มีกำลังซื้อสูงให้นำเงินออก มาใช้จ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการ ที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไป

“ยิ่งใช้ยิ่งได้” ใช้ยังไง ใช้จ่ายได้ตอนไหนได้บ้าง

ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ โควิด-19 เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะได้รับ E-Voucher จากภาครัฐบาลในช่วงเดือน กรกฎาคม-กันยายน 2564 และสามารถนำไปใช้จ่ายได้ ภายในเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2564.

ดูข่าวเพิ่มเติม……….

บทความแนะนำ