เปิดเอกสาร วัคซีน “ไฟเซอร์”

เปิดเอกสาร วัคซีน
T

เปิดเอกสาร วัคซีน “ไฟเซอร์” ในวันที่ 4 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2564 ได้มีการประชุมเกี่ยวกับ วัคซีนไฟเซอร์ ที่จะนำเข้ามาในไทย และทดลองประสิธิภาพเกี่ยวกับวัคซีน ในกลุ่มวัยรุ่น อายุ 12-15 ปี และพบว่า วัคซีนมีภูมิคุ้มกันสูงถึง 100% ซึ่งมากกว่าวัยผู้ใหญ่ วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) มีผลข้างเคียงในเข็มแรกมากกว่าเข็มที่ 2 ผลข้างเคียง ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายใน 2-3 วัน ผลข้างเคียง ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง

วันนี้เราทุกคน ก็คงทราบกันอยู่ว่า โรค covid-19 นั้น มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเชื้อมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ในภายภาคหน้า จะเป็นอย่างไร เราคงต้องติดตามข้อมูลรวม ทั้งกระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการ นำวัคซีน ที่มีอยู่ มาปรับรูปแบบ การใช้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป อย่างแน่นอน

เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าวัคซีนไฟเซอร์ที่จะได้รับบริจาคเข้ามาจำนวน 1.5 ล้านโดสยังไม่มีข้อสรุปว่าจะใช้กับประชากรกลุ่มใด  นพ.โอภาส กล่าวว่า จริงๆไม่ค่อยอยากจะลงรายละเอียดในเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากรัฐบาลอเมริกาไม่ได้สรุปชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร มีการประกาศจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนว่าจะให้ประเทศไทย แต่เท่าที่จำได้ยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการว่าจะส่งมาจำนวนเท่าไหร่ เมื่อไหร่ อย่างไรก็คงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งวัคซีนบริจาคคงจะต้องรอเพราะเกี่ยวข้องกับ 2 ประเทศทั้งไทยและอเมริกาจึงต้องรอความชัดเจน

การประชุมดังกล่า; ที่ผ่านมานั้น ในการ เปิดเอกสาร วัคซีน “ไฟเซอร์” มีวาระการพิจารณาแนวทางการให้วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ของประเทศไทย มีข้อเสนอแนวทางบริหารจัดการ ไฟเซอร์ Pfizer 1.5 ล้านโดส ช่วง ก.ค.- ส.ค. 2564 จำนวน 3 ทางเลือก

ทางเลือกที่ 1

กลุ่มเป้าหมายบุคคลอายุ 12 – ต่ำกว่า 18 ปี พื้นที่ กทม. 3.5 แสนคน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา 3.3 แสนคน พื้นที่เศรษฐกิจ ภูเก็ต พังงา สมุย 6 หมื่นคน โดยมีข้อดี จะได้รับวัคซีนเร็วขึ้น ไม่ต้องรอไตรมาส 4 หรือ อนุมัติใช้ Sinovac ในเด็ก เพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน ส่วนข้อเสีย มีความกังวลต่อการเกิด Myocarditis (กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด) จำนวน 1 ล้านคน (ทั่วประเทศ 4.8 ล้านคน)

ทางเลือกที่ 2

กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้วัคซีน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ พื้นที่ดำเนินงาน คือ พื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อสายพันธุ์ Delta ข้อดี สร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดี เร็ว ลดการป่วยรุนแรง ลดการเสียชีวิต เพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน ส่วนข้อเสีย เกิดการเลือกวัคซีน

ทางเลือกที่ 3

บุคลากรการแพทย์ด่านหน้า กระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็มที่ 3 ทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ข้อดี เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อกลายพันธุ์ สร้างขวัญกำลังใจ มีวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายอื่นได้ ส่วนข้อเสีย ไม่เพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน จำนวน 7.5 แสนคน

โดยที่ประชุมได้มีมติเบื้องต้นถึงแนวทางการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ในเดือน ก.ค.-ส.ค.64 แต่ยังไม่ใช่เป็นมติเพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ และต้องนำเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และมีบางประเด็นของข้อกฏหมาย ต้องนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ดังนี้

1.ควรให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ได้รับในระยะแรกจำนวน 1.5 ล้านโดส ก.ค.-ส.ค.64 เป็นเข็มที่  1 ทั้งหมดแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือ หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 week ขึ้นไป ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง ซึ่งในขณะนี้ คือ พื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อลดการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต

2.ควรเตรียมการด้านบุคลากร สถานที่ฉีด และอุปกรณ์ในการฉีดที่เหมาะสมสำหรับการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตในที่ประชุม อาทิ 1. ไฟเซอร์ Pfizer ควรให้พื้นที่ระบาด 7 กลุ่มโรค ให้ไปแล้วทดแทนที่ขาด 2. ต้องแก้ปัญหาพื้นที่ระบาดและป่วยตายเยอะก่อน

3. ควรให้กลุ่มสูงอายุ กลุ่ม เสี่ยง 7 โรคและ หญิงตั้งครรภ์ และอยากให้ แก่ บุคลากรทางการแพทย์ด้วย เพราะ เป็น work force สำคัญ หมอและบุคลากรเด็ก ๆ ที่ฉีด sino แล้ว 2 โด๊ส ตอนนี้ มีติดเชื้อ หลายราย และวุ่นเพราะ ต้อง isolate & quarantine จำนวนมาก ขณะที่ต้องการบุคลากรมาก

4. อยากเสนอให้ boost เข็มสามให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า

  • ควรมียุทธศาสตร์ในการสื่อสารและเป้าหมายที่ชัดเจน
  • เห็นด้วยกับการให้วัคซีนในกลุ่มที่ 2 และ 3 ส่วนกลุ่มที่ 1 สามารถรอวัคซีนจากการสั่งซื้อได้ และในขณะนั้นคงทราบผลการศึกษาเพิ่มเติมจากการใช้ mRNA ในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี
  • mRNAเป็นวัคซีนที่ปลอดภัยมากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ควรเร่งฉีดตามอายุโดยยังไม่เอา 7 โรคมาเกี่ยวอาจเริ่ม 75 ปี ทั้งหมดก่อน
  • ขอให้กลุ่ม 2 ไม่ควรให้กลุ่ม 3
  • ขอให้กลุ่ม 2 และ BOOST กลุ่ม 3 ในพื้นที่ระบาด
  • ในขณะนี้ ถ้าเอามาฉีดกลุ่ม 3 แสดงว่าเรายอมีรับว่าSinovac ไม่มีผลในการ ป้องกัน แล้วจะแก้ตัวยากมากขึ้น
  • ควรเอาอายุ 12  คนท้องควรได้รับmRNA ส่วนกลุ่ม 3 อาจรอข้อมูลอีกระยะ และคนสูงอายุในอายุที่จะกำหนดเช่น มากกว่า 70 ควรเป็นwalk in ได้ในที่ที่มีวัคซีนตัวนี้
  • ควรให้เข็ม 3 บุคลากรทางการแพทย์เพราะความเสี่ยงสูง
  • ควรให้ผู้สูงอายุ 70 ขึ้นไปฉีดให้หมด
  • HCW เสียชีวิต 3 คน
  • เริ่มที่ กทม. เหมาะสุดเพราะ cold chain มีปัญหา

บทความแนะนำ