เชลซี พบ เลสเตอร์

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

เชลซี พบ เลสเตอร์
เชลซี พบ เลสเตอร์

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2021/21 เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม  เชลซี พบ เลสเตอร์ ทั้งคู่กำลังแย่งชิง การเป็นท็อปโฟร์ของตาราง และเพิ่งเจอกันมาในนัดชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ โดยเป็น เลสเตอร์ ที่เฉือนชนะ 1-0 คว้าแชมป์ไปครอง เป็นสมัยแรกของสโมสร

ไปดูรายละเอียดของเกมกันครับ

เริ่มครึ่งแรก มาเพียงนาทีที่ 4 ติโม แวร์เนอร์ เลี้ยงพาบอลขึ้นมาถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ เบน ชิวเวลล์ หลุดเข้าไปจ่อในเขตโทษ แล้วยิงแต่ไม่เต็มข้อ เหมือนลูกจ่าย ผ่านไปหน้าประตู แต่เพื่อนร่วมทีมเข้าบอลไม่ถึง ทำให้บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ในนาทีที่ 8 พูลิซิช จ่ายบอลให้ ก็องเต้ กระชากหนีตัวประกบ เข้าเขตโทษ ก่อนซัดเน้นๆ แต่ติดเซฟ ประตูของ เลสเตอร์ซิตี้ ที่พุ่งปัดไว้ได้ เป็นลูกที่น่าเสียดายอีกลูกนึง

นาที 22 เชลซีเกือบได้เฮ เมื่อ เมสัน เมาท์ จ่ายทะลุช่องตัวประกบ เข้าเขตโทษให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ซัดเรียดเสียบมุมเข้าไป แต่โดนกรรมการ ยกธงว่าล้ำหน้าเสียก่อน ทำให้พลาดโอกาศขึ้นนำไป 


นาที 25 เลสเตอร์ได้ลุ้นบ้างจากลูกเตะมุม บอลเปิดโด่งมาถึง เจมี่ วาร์ดี้ ได้ซัดด้วยข้างเท้า แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ถัดจากนั้น ในนาทีที่ 34 เชลซี ได้จังหวะเปิดลูกเตะมุมเข้ามา บอลมาถึง แวร์เนอร์ ขึ้นโหม่งที่เสาสอง เข้าประตูไป แต่ภาพจาก VAR จับได้ว่าจังหวะโหม่งนั้น บอลได้โดนแขนของแวร์เนอร์ จึงกลายเป็นลูก แฮนด์บอล ไปและเชลซีก็พลาดโอกาสได้ประตูเป็นครั้งที่สอง ก่อนจะจบครึ่งแรก ด้วยสกอร์เสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเจ้าบ้าน มาทำประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 47 จากลูกเตะมุมฝั่งขวา เปิดไปโดน วาร์ดี้ โหม่งสกัดเช็ดบาง ๆ แล้วบอลเลยไปแฉลบตัวของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปลิ้นเข้าไป ส่งให้เชลซีสิงโตครามผงาด ออกนำก่อน 1-0

ต่อมานาทีที่ 65 ผู้ตัดสินเช็ค VAR ในจังหวะที่ แวร์เนอร์ ไปสกัดบอลไปโดน เวสลีย์ โฟฟานา ล้มลงไป ก่อนจะชี้ขาด ให้จุดโทษแก่เชลซี ก่อนจะเป็น จอร์จินโญ รับหน้าที่สังหารด้วยการซัดเต็มข้อ ด้วยขวาตามสไตล์ แบบไม่ทำให้ผิดหวัง ช่วยให้เชลซีหนีห่างเป็น 2-0

นาทีที่ 75 ทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตกจาก วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ เลี้ยงหนีตัวประกบ ส่งต่อให้ เคเลซี่ อิเฮียนาโช่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ยิงแบบไม่จับซัดเต็มข้อเน้นๆ ส่งเข้าไปให้ในตาข่ายทำให้ เลสเตอร์ ไล่มาเป็น 1-2

ช่วง 5 นาทีสุดท้าย เลสเตอร์ พยายามกดดันเต็มที่แต่ไม่ได้ประตูเพิ่ม จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายชนะชนะ 2-1 ขึ้นอันดับที่ 3 ซึ่งหากชนะในเกมอีก เกมที่จะได้แข่งนัดสุดท้าย รึเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาล ที่จะพบแอสตัน วิลล่า จะการันตีจบท็อปสี่ของตาราง 100 % ทันที ส่วน เลสเตอร์ ยังต้องลุ้นผลเกมคู่ลิเวอร์พูล ที่แข่งทีหลัง รวมถึงเกมในนัดสุดท้าย ว่าพวกเขาจะได้โควต้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นเชลซีชนะไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 67 คะแนน ขยับแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้ หล่นมาอยู่อันดับ 4 ยังมี 66 คะแนนเท่าเดิม

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี  (3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี้; รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตดิโอ รูดิเกอร์; เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (เคิร์ต ซูมา น.88), เอ็นโกโล ก็องเต้ (มาเตโอ โควาซิช น.32), จอร์จินโญ, เบน ชิลเวลล์; คริสเตียน พูลิซิช, ติโม แวร์เนอร์ (โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น.90+1), เมสัน เมาท์

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิล; ทิโมธี กาสตาญ, เวสลีย์ โฟฟานา, ชาลาร์ โซยุนจู; มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ริคาร์โด้ เปเรรา น.67), วิลเฟรด เอ็นดีดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, ลุค โธมัส; เจมส์ แม็ดดิสัน (เคเลชี อิเฮียนาโช น.60); เจมี วาร์ดี้, อโยเซ เปเรซ

บทความแนะนำ