เชลซี พบ เรอัลมาดริด

เชลซี พบ เรอัลมาดริด  เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ เชลซี เปิดบ้านชนะ เรอัล มาดริด ได้ 2 – 0 ทำให้ เข้าชิง ศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดย เชลซี ” สิงโตน้ำเงินคราม ”  ได้เปิดบ้านเอาชนะ ” ราชันชุดขาว ” อย่าง เรอัล มาดริด สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 3-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ต่อไป

เชลซี พบ เรอัลมาดริด

สำหรับ การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2020 – 21 นั้น รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อคืนวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 64 ที่ผ่านมา นั้น

ทำให้  “ สิงโตน้ำเงินคราม ” หรือ เชลซี จากอังกฤษ เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือน ของ เรอัล มาดริด หรือ ” ราชันชุดขาว ” จาก ประเทศ สเปน โดยนัดแรกเสมอกันมา 1 – 1 ที่บ้านของเรอัล มาดริด นั้นเอง

สำหรับเกมการแข้งขัน เปิดฉากครึ่งแรก ในนาทีที่ 26 เรอัล มาดริด เชลซี พบ เรอัลมาดริด เกือบขึ้นนำได้ เนื่องจาก จังหวะที่ คาริม เบนเซมา

นั้น ปั่นด้วยเท้าขวาจากนอกกรอบ ทำให้ บอลโค้งจะเสียบมุมอยู่แล้ว แต่ เอดูอาร์ด เมนดี โกลของเชลซี พุ่งปัดออกไปได้ นั้นเอง

จากนั้นต่อในนาทีที่ 28 เชลซี ได้ประตูขึ้นนำ ไปก่อน 1- 0 เมื่อ เอ็นโกโล ก็องเต จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ กับ  ไค ฮาเวิร์ตซ์ ชิพไปชนคาน บอลมา เข้าทาง ติโม แวร์เนอร์ โหม่งซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป ทำให้  เชลซี ขึ้นนำไปก่อน ได้ นั้นเอง

ต่อมา ถึงในนาทีที่ 35 เรอัล มาดริด หวิดตีเสมอ ได้ จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ คาริม เบนเซมา ขึ้นโหม่ง บอลจะย้อยเสียบใต้คานอยู่แล้ว แต่ เอดูอาร์ด เมนดี บินปัด ออกไปได้

จบครึ่งแรก เชลซี นำ เรอัล มาดริด อยู่ 1 – 0

เปิดเกม กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ใน นาทีที่ 66 เชลซี ได้โต้กลับอย่าง รวดเร็ว ติโม แวร์เนอร์ พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ เอ็นโกโล ก็องเต ยิงเน้น ๆ แต่กองหลังปรี่มาบล็อกไว้ได้ทัน ทำให้พลาดประตูที่สอง ไปได้

จากนั้นในนาทีที่ 73 เชลซี ได้เตะมุมฝั่งขวา เมสัน เมาท์ เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ ติอาโก ซิลวา โหม่งเช็ดหลุดเสาไกลออกไปถึงในนาทีที่ 85 เชลซี ทำประตูที่สองได้ หนีเป็น 2-0

จากจังหวะที่ เอ็นโกโล ก็องเต จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ คริสเตียน พูลิซิช หลุดไปสุดเส้นหลังก่อนหาจังหวะผ่านบอลเข้ากลางให้ เมสัน เมาท์ ยิงเข้าไป

ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ นั้น ทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี ได้เอาชนะ เรอัล มาดริด ด้วย คะแนน 2 – 0 รวมผล 2 นัด เชลซี ชนะ 3 – 1 ทำให้  ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พฤษภาคม นี้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี  ประกอบไปด้วย คริสเตนเซ่น , เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส , ติอาโก้ ซิลวา , อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.88) , เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ,

จอร์จินโญ่ , เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท (ฮาริม ซิเย็ค น.88) , ไค ฮาแวร์ทซ์ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.90+4) , ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.67) เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

เรอัล มาดริด ประกอบไปด้วย เอแดร์ มิลิเตา ,  ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ เฟร์นานเดซ , เซร์คิโอ รามอส , แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.63) – โทนี่ โครส ,

กาเซมิโร่ (โรดรีโก้ น.76), ลูก้า โมดริช – วินิซิอุส จูเนียร์ (มาร์โค อาเซนซิโอ้ น.63) , คาริม เบนเซม่า , เอแด็น อาซาร์ (มาเรียโน่ ดิอาซ น.89)

สภาพความพร้อมก่อนเกมของทั้งสองทีมก่อนลงแข่งขัน

สำหรับ เชลซี อยู่ในสภาพทีมค่อนข้างพร้อม อย่างมาก ขาดเพียง มาเตโอ โควาซิช ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ อยู่นั้นเอง แนวรับคาดว่าจะใช้ ติอาโก้ ซิลวา , อันเดรส คริสเตียนเซน และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เป็นสามกองหลัง

สำหรับส่วน แดนกลางนำทัพโดย เอ็นโกโล ก็องเต้ ประสานงานกับ จอร์จินโญ แนวรุกใช้ เมสัน เมาท์ , ติโม แวร์เนอร์ และ คริสเตียน พูลิซิช เป็นสามประสาน

สำหรับ เรอัล มาดริด จะไม่มี ราฟาเอล วาราน , ลูคัส บาสเกวซ และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ข่าวดีคือจะได้ เซร์คิโอ รามอส ฟิตกลับมาจับคู่กับ เอแดร์ มิลิเตา ในแนวรับได้ทันเวลา

แดนกลางประกอบด้วย คาเซมิโร ประสานงานกับ โทนี โครส และ ลูก้า โมดริช ขณะที่แนวรุกใช้สามประสาน วินิซิอุส , มาร์โก อเซนซิโอ และ คาริม เบนเซมา

บทความแนะนำ