เชลซี พบ เรอัลมาดริด


เชลซี 2-0 เรอัลมาดริด เชลซีถล่มเรอัลมาดริด 2-0 ชิง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีค ดวล “แมนฯซิตี้”

เชลซี 2-0 เรอัลมาดริด
เชลซี 2-0 เรอัลมาดริด

เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เชลซี 2-0 เรอัลมาดริด รวมผลสองนัดชนะไปด้วยประตูรวม 3-1 เข้าไปชิงฯถ้วยบิ๊กเอียร์ในรอบ 9 ปีนับแต่ปี 2012 ที่คว้าแชมป์สมัยแรก โดยเข้าไปพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี

    ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อวันพุธที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันนัดแรกนั้น “สิงห์บลูส์” บุกไปเสมอกับ “ราชันชุดขาว” 1-1 เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด แล้วศึกนี้ก็โคจรมาพบกันอีกครั้งของสองทีมนี้ ไปดูรายละเอียดในการแข่งขันกัน

เริ่มครึ่งแรก 

   เริ่มครี่งแรก นาที 11 “เรอัลมาดริด” ได้ทักทายก่อนหลัง ลูก้า โมดริด ไหลเข้ากลางให้ โทนี่ โครส ซัดนอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้

  ต่อมานาที 12 “เชลซี” ได้ทักทายกลับครั้งแรกเหมือนกัน จากจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ซัดไกลกว่า 35 หลา บอลพุ่งแรงจน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องทุบออกไป จากนั้นไม่ถึงนาที เมสัน เมาน์ท หลุดตัวประกบไปถึงเส้นหลังก่อนปาดมาเสาแรก บอลเกือบจะถึงเท้า ติโม แวร์เนอร์ แต่ยังโดน กูร์กตัวส์ พุ่งออกมาใช้ขาสกัดบอลออกไปหวุดหวิด

    ในนาที 18 แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ส่งลูกเข้ากลางให้ ลูก้า โมดริช กระชากบอลหนีตัวประกบก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งทะลุแนวรับสิงห์บลูส์แต่ยังไปเข้ามือของ เมนดี้

    เข้านาที 19 เมสัน เมาน์ท ส่งออกบอลมาซ้ายให้ เบน ชิลเวลล์ ปาดเลียดไปหน้าประตูให้ ติโม แวร์เนอร์ เข้าชาร์ทส่งบอลซุกก้นตาข่าย แต่ว่าผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก ล้ำหน้าก่อน เป็นลูกที่น่าเสียดายสุดๆ

    ผ่านนาที 26 เป็นโอกาสขึ้นนำของ เรอัล มาดริด หลัง กาเซมีโร่ จ่ายบอลยัดเข้ากลางเข้าทาง คาริม เบนเซม่า พลิกปั่นด้วยขวากำลังเข้าแต่ เมนดี้ ที่โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปอย่างเหลือเชื่อ แฟนของราชันชุดขาว เสียดายเป็นอย่างมาก

    ต่อมาในนาที 28 กลายเป็น เชลซี มาชิงขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ ก็องเต้ พลิกบอลหลบแล้วชิ่งกับ แวร์เนอร์ ก่อนที่ ก็องเต้ จะวิ่งไปรับแล้วไหลบอลให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไปชนคาน แต่ ติโม แวร์เนอร์ ยังตามไปโหม่งซ้ำไม่ถึง 3 หลาเข้าไปง่ายๆ ให้เจ้าบ้าน เชลซี ขึ้นนำไปก่อน 1-0

    นาที 36 ราชันชุดขาว เกือบได้ลุ้นตีเสมอ จาก ลูก้า โมดริช เปิดบอลมาหน้าประตูให้ คาริม เบนเซม่า หนีตัวประกบตัวโขกบอลกำลังย้อยเข้าประตู แต่ยังเป็น เมนดี้ ที่สปริงข้อเท้าบินขึ้นมาปัดมือเดียวออกหลังได้อีกหนึ่งครั้ง

    ก่อนถึงท้ายครึ่งแรก นาที 43 ก็องเต้ ไหลให้ เมสัน เมาน์ท ได้บอลซัดด้วยขวาแต่บอลยังไปติดบล็อคแนวรับของชุดขาว แม้ แวร์เนอร์ ตามอัดด้วยขวาเข้าไปอีกทีแต่ก็ยังไม่ผ่านมือของกูร์กตัวส์ เป็นลูกที่น่าเสียดายอีกรอบนึง

    จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ เรอัล มาดริด 1-0 (สกอร์รวมสองนัด เชลซี นำ เรอัล มาดริด 2-1)

เริ่มครึ่งหลัง

เริ่มมานาทีที่ 53 เมานท์ หนีตัวประกบ หลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษ แต่กลับยิงข้ามคานออกไปน่าตาเฉย

นาทีที่ 59 ฮาเวิร์ตซ์ มีโอกาสดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับ กูร์ตัวส์ แต่ยิงไปติดเซฟ พลาดได้ประตูที่สองไป

ผ่านมาอีกเพียง 4 นาที จากนั้น อาซาร์ มีลุ้นยิงในกรอบเขตโทษ แต่ เมนดี้ ยังเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 65 ก็องเต้ ได้โอกาสยิงจ่อ ๆ แต่ไปติดบล็อคกองหลัง ที่ตามมาบล็อคได้ทัน แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 80 พูลิซิช มีโอกาสได้ แต่บอลหลุดเสาออกไป แบบหวุดหวิด

จนมาถึงนาทีที่ 85 เจ้าบ้าน เซลซี มาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ พูลิซิช หลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนส่งกลับมาให้ เมานท์ อัดเต็มข้อจ่อ ๆ เข้าไป ตุงตาข่าย

และจบ 90 นาที เชลซี เอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ 2-0 รวมผลสองนัด เซลซี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

รวมสองนัด สิงห์บลูส์ ชนะ 3-1 เข้าไปชิงชนะเลิศกับ แมนฯ ซิตี้ ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ที่ประเทศตุรกี 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี  : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.88), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท (ฮาริม ซิเย็ค น.88), ไค ฮาแวร์ทซ์ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.90+4), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.67)

 เรอัล มาดริด  : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ เฟร์นานเดซ, เอแดร์ มิลิเตา, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.63) – โทนี่ โครส, กาเซมิโร่ (โรดรีโก้ น.76), ลูก้า โมดริช – วินิซิอุส จูเนียร์ (มาร์โค อาเซนซิโอ้ น.63) , คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (มาเรียโน่ ดิอาซ น.89)

ดูต่อเพิ่มเติม…..

บทความแนะนำ