ลุ้น ครม. แจก เงินเยียวยา โควิดทุกกลุ่ม

ลุ้น ครม. แจก เงินเยียวยา โควิดทุกกลุ่ม คณะรัฐมนตรี ครม. เคาะมาตรการชุดใหญ่ แจกเงินเยียวยา ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบโควิด ทุกกลุ่ม ลุ้น วันนี้ คนจน แรงงาน พร้อมทั้งลด ค่าน้ำ – ค่าไฟ 2 เดือน แบงก์รัฐช่วยพักหนี้ – ปล่อยกู้ฉุกเฉิน 

เงินเยียวยา

เมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 มีการรายงาน ข่าวจาก ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีการพิจารณาแนวทางมาตรการเยียวยา และ ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ ของ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ชุดใหญ่ แจก เงินเยียวยา

เพื่อ ทำการเร่งช่วยเหลือประชาชน อย่างเร่งด่วน โดย มีแนวทาง การช่วยเหลือ คือ จะมีทั้งมาตรการทางการคลัง การเงิน และการลดค่า ครองชีพ ตัวอย่าง เช่น การให้ เงินเยียวยาประชาชน ที่เดือดร้อนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ตามนโยบาย ของ นายกรัฐมนตรี อย่างแรงงานในสถานประกอบการที่ถูกสั่งปิด นั้นเอง ผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น ไป

ประยุทธ์ เร่งทีมเศรษฐกิจ เสนอมาตรการเยียวยาโควิด เข้า ครม. 5 พ.ค. นี้

นอกจากนี้ แล้ว จะให้สถาบันการเงิน เฉพาะกิจ ของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตร และ สหกรณ์การเกษตร ทำการ ปล่อยกู้ ฉุกเฉิน ให้กับ ประชาชน ชาวบ้านวงเงินอีกกว่าหมื่นล้านบาท  และ ได้ทำการ ขยายระยะ เวลาพักหนี้ให้ผู้เดือดร้อน

รวมไปถึง ยังมีมาตรการลดค่าใช้จ่าย เช่น การลด ค่าน้ำ ค่าไฟ  เป็นต้น สำหรับวงเงินที่ใช้ จะยังอยู่ในกรอบ พ.ร.ก.กู้เงิน  ที่ปัจจุบันเหลือใช้อีก 2.3 แสนล้านบาท

สำหรับ แพ็คเกจ ดูแลเศรษฐกิจรอบนี้ จะมีหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทำการเสนอเข้ามา ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ เป็นต้น แต่ยังไม่แน่ว่าทุกโครงการ จะเสนอ ได้ทันทีหรือ

ต้องทยอยอนุมัติ โดย ตามหลักการช่วงนี้มีความจำเป็นในส่วนมาตรการเยียวยาก่อน ดังนั้น มาตรการคนละครึ่ง 3 และมาตรการกระตุ้นให้ผู้มีเงินออมออกมาใช้จ่าย จะ อยู่ในมาตรการการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งไม่ควรออกมาซ้อนกัน นั้นเอง

สำหรับ มาตรการ “โครงการคนละครึ่ง เฟส 3″  นั้น วงเงินงบประมาณอยู่ที่ 4 – 5 หมื่นล้านบาท คาดเปิดลงทะเบียนในเดือน พฤษภาคม นี้ และ มีผลใช้ในเดือน มิถุนายน นี้ โดยมาตรการที่ดำเนินการ จะช่วย ให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยได้หลังจากมาตรการเศรษฐกิจที่ออกมาก่อนหน้านี้ทยอยหมดลงปลายเดือน พฤษภาคม นี้

ส่วน มาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” มีแนวความคิดให้เลื่อนโครงการออกไปก่อน ในช่วงระยะ เวลาที่เหมาะสม หลังจาก ศบค. นั้นมีการประกาศขอให้ มีการงดการเดินทางในหลายพื้นที่เสี่ยง เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของโรค โควิด นั้นเอง

ซึ่งการเลื่อนระยะเวลา โครงการเที่ยวด้วยกัน จากเดิมที่ให้สิทธิ์เราจอง 2 ล้านสิทธิ์ เริ่มต้นในวันที่ 17 พฤษภาคม นี้ นั้นเอง

ทั้งนี้ มีการคาดการ ว่าจะให้เริ่ม ลงทะเบียนใหม่ในเดือนมิถุนายน และ ขยายระยะเวลาการสิ้นสุดโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 สิงหาคม 2564

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีการ ออกมา เปิดเผย ว่า นายกฯ ย้ำความจำเป็นที่ต้องพิจารณามาตรการ ที่จะออกมาใหม่ในรอบนี้ ให้รวดเร็ว และ ด้วยความรอบคอบ  นั้นเอง

โดยมาตรการใดที่พร้อมให้ดำเนินการทันที และ นายกรัฐมนตรี ขอให้หน่วยงาน ต้นสังกัดนำเสนอเข้า ครม. พิจารณาวันที่ 5 พ.ค. 2564 และ จะมอบนายสุพัฒนพงษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้แถลงหลังประชุม ครม. ในครั้งนี้ อีกด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้มี การกล่าว ในที่ประชุมว่า มาตรการอะไรที่ทำได้เลยก็ให้เสนอเข้ามาให้ ครม. ใน วันพุธนี้ พิจารณา ได้ทันที มาตรการอะไรที่ยังทำ ไม่ได้ทันที ก็ให้เสนอเข้ามาเป็นหลักการ เพื่อที่จะได้ประกาศให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลได้มีการเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำการ เตรียมพร้อมไว้แล้ว  

อีกทั้งมาตรการด้านการคลังผ่าน โครงการเยียวยา และ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งโครงการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ตัวอย่าง เช่น โครงการคนละครึ่งระยะที่ 1 – 2 โครงการเพิ่มกำลัง ซื้อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ โครงการที่ยังดำเนินการอยู่ เช่น โครงการเราชนะ นั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ การระบาด ของ covid 19 ในรอบล่าสุดนี้ ได้กระจายไปทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ และ มีผลกระทบในวงกว้างกว่ารอบที่ผ่านมา อย่างมาก จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องพิจารณามาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อ ทำการ ดูแล และเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วน และ ทำการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว

โดยจะพิจารณามาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ เช่น มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านสินเชื่อ มาตรการพักชำระหนี้ รวมถึง มาตรการ ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนมาตรการการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ และ มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แจกเงินเยียวยา

บทความแนะนำ