ลุงพลได้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ 180,000 บาท

ศาลอนุญาต ประกันตัว ลุงพลได้ประกันตัวwfhc]h;

ลุงพลได้ประกันตัว
ลุงพลได้ประกันตัว

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 ทางด้านทนาย วางหลักทรัพย์ยื่นประกัน 1.8 แสนบาท

ภายหลังที่ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ถูกพนักงานสอบสวนคุมตัวไว้ดำเนินคดีตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ สภ.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวานนี้ หลังศาล จ.มุกดาหาร อนุมัติออกหมายจับ 3 คดี ได้แก่

  1. พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร
  2. ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย
  3. กระทำการใด ๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

ล่าสุด  ระบุว่า ศาล จ.มุกดาหาร พิจารณาและมีคำสั่งให้ประกันตัวลุงพล หลังทนายความยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 180,000 บาท ท่ามกลางความดีใจของป้าแต๋นและแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจ

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เช่นกันว่า ศาลจังหวัดมุกดาหารมีคำสั่งให้ประกันตัวลุงพล วางหลักทรัพย์ 180,000 บาท พร้อมออกข้อกำหนด หากไม่ปฎิบัติตามจะถูกเพิกถอนการประกันตัว

นายษิทรากล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณศาลจังหวัดมุกดาหารให้ความเป็นธรรมแก่ลุงพล ทำให้ ลุงพลได้ประกันตัว ตั้งแต่เช้าที่มายื่นเรื่องขอประกันตัว เจ้าพนักงานตำรวจกับแม่น้องชมพู่มาคัดค้าน และศาลมีการไต่สวนทางฝ่ายผู้คัดค้านมีพยานทั้งหมด 3 ปาก แม่น้องชมพู่ยอมรับว่าตั้งแต่แรกไม่สงสัยลุงพล และที่เขียนคำร้องได้รับการแนะนำตัวจากตำรวจ เขายอมรับในศาลแบบนี้ และไม่มีการข่มขู่กันมาก่อน ส่วนเจ้าพนักงานตำรวจ เขายอมรับว่าในวันที่ 2 ที่เราไปมอบตัวที่ สตช. เป็นการมอบตัว และก่อนหน้าที่จะออกหมายจับลุงพลไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนีมาก่อน แสดงว่าเจ้าพนักงานตำรวจไปขอออกหมายจับ โดยอ้างว่าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และหลบหนี ซึ่งเป็นความเท็จ 

ตรงจุดนี้น่าจะมีการดำเนินการต่อไป เพราะว่าการไปยื่นคำร้องต่อศาล ถ้าเกิดไปยื่นที่มันไม่เป็นความจริง จริงๆ แล้วลุงพลไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ทำให้ศาลหลงผิดในการออกหมายจับได้ คราวหน้าจะมาดำเนินคดีต่อตำรวจที่มาขอหมายจับในเรื่องของการละเมิดอำนาจศาล และดำเนินคดีอาญาต่อ และในวันอังคารจะชวนลุงพลป้าแต๋นไปพบกรรมาธิการ ไม่ใช่มีแค่ประเด็นออกหมายจับและการควบคุมตัวลุงพลที่ สตช. วันนั้น เรายืนยันมันคือการมอบตัว ตำรวจเอากุญแจมาล็อก ตาม ป.วิอาญา การจับกุมทำเท่าที่จำเป็น เรายินดีเข้าไปมอบตัวอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องดำเนินการต่อไป

วันนี้ตำรวจคุมตัวลุงพลไปฝากขัง ในข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร, ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป 

ด้านแม่น้องชมพู่ต้องอยู่อย่างระวังตัวมากขึ้น

ด้านนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เปิดเผยหลังทราบว่านายไชย์พลได้รับอนุญาตประกันตัวว่าหลังจากนี้ก็จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติให้มากที่สุด แต่ต้องระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับทางครอบครัวบ้าง

กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวนและกำหนดเงื่อนไข 5 ข้อ คือ 1.ห้ามผู้ต้องหาหลบหนี 2.ห้ามข่มขู่พยาน 3.ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหรือห้ามก่อเหตุอันตรายประการอื่น 4.ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และ 5.ให้แต่งตั้งให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านกกตูม ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหาเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด หากผู้ต้องหาผิดข้อกำหนดเงื่อนไขศาลจะพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

ขณะเดียวกันเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกที่มีต่อน้องชมพู่ ลุงพลได้น้ำตาคลอและขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดี โดยภาพในความทรงจำของตนเองน้องชมพู่ยังเป็นเด็กหญิงที่น่ารักสดใสเสมอ

สำหรับ ลุงพล หลังถูกปล่อยตัวในวันนี้จะเดินทางไปยังบ้านกกกอก เพื่อเข้าสู่พิธีเอิ้นขวัญ ที่เหล่าแฟนคลับจัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากชีวิต ซึ่งตลอดทั้งวันบรรยากาศที่หน้าศาลมุกดาหารมีแฟนคลับของลุงพลต่างมาปักหลักรอให้กำลังใจ และทันทีที่ทราบว่าศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว เหล่าแฟนคลับต่างมาร่วมร้องเพลงความจริงในใจและมอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจแก่ ลุงพล

ล่าสุด ลุงพล โดน สรยุทธ จับผิด นาทีฆ่าอุดปากน้องชมพู่-เส้นผมร่วงในรถ พิรุธเพียบ

           สรยุทธ ร่วมไขคดีลุงพล ฟังจากนักข่าวที่ติดตามข่าวมาตั้งแต่ต้น พบน้องชมพู่โดนอุดปาก เพราะมีร่องรอย พิรุธลุงพลที่ไปพบศพคนแรก ก็พูดเลยว่าน้องน่าจะถูกทำให้อดอาหารตาย โดยไม่สงสัยล่วงละเมิด แถมยังมีเส้นผม 36 เส้นที่โดนสับ และตกในรถลุงพลอีก

           ทั้งนี้ คุณออย นักข่าวของช่อง 3 ที่ลงพื้นที่ตั้งแต่มีข่าว ได้ออกมาเปิดเผยกับสรยุทธคถึงคดีนี้ว่า หลักฐานหนึ่งที่สำคัญในคดีนี้คือ ตำรวจพบว่าในปากของน้องชมพู่มีรอยช้ำ เหมือนมีใครอุดปากเอาไว้ ตอนที่น้องหายตัวไปนั้น คาดว่าน้องอาจจะโดนเอามือปิดปากจนหมดสติ แต่น้องไม่ได้เสียชีวิตในทันที ผู้ต้องหาเลยอาจจะตกใจ เลยมีการเอาน้องไปไว้ในกอไผ่ก่อน แล้วลุงพลไปส่งพระ แต่เรื่องนี้ไม่มีใครเห็น เป็นการคาดการณ์เท่านั้น

           ตอนนั้นผู้ต้องหาอาจจะเข้าใจว่า น้องชมพู่เสียชีวิตไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วน้องชมพู่ยังไม่เสียชีวิต แต่กำลังร่อแร่ ไม่มีแรง เพราะก่อนหน้านี้น้องกินข้าวไข่เจียวไป 1 คำ และกินน้ำไปนิดหน่อย จากนั้น ผู้ต้องหาก็อุ้มน้องไปที่ภูเหล็กไฟเพื่ออำพรางศพ ด้วยการถอดเสื้อผ้า ถอดรองเท้า เอาไปวางกระจาย ๆ กัน

           เรื่องนี้มีพิรุธคือ  น้องชมพู่ยังถอดเสื้อผ้าเองไม่ได้ และหากพยายามถอดเองก็ต้องพันกัน แต่เสื้อผ้าถูกถอดออกมาอย่างเรียบร้อย และรองเท้าก็วางเอาไว้เรียบร้อย ก้าวหนึ่งอยู่ข้างหน้า ก้าวหนึ่งอยู่ข่างหลัง

           หลังจากที่ลุงพลบอกว่า ตนไปรับส่งพระแล้ว ลุงพลก็กลับมาที่บ้าน ในตอนนั้นมีข่าวว่าน้องชมพู่หายตัวไป จึงมีการตามหาในหมู่บ้าน แต่ยังไม่มีการขึ้นไปหาที่ภูเหล็กไฟ เพราะน้องตัวเล็ก คิดว่าไม่น่าเดินขึ้นไปได้บนนั้น การตามหาแบ่งเป็นฝ่ายหญิงและชาย แต่ในกลุ่มผู้ชายที่ตามหา ไม่มีใครเห็นลุงพล และมาเห็นลุงพลอีกทีคือบริเวณทางลงภูเหล็กไฟ (คนที่เห็นคือเจ๊บุญมา) ในท่าทางเหม่อลอย ไม่ทักทายใคร เหมือนคนไม่มีสติ และเกิดคำถามว่าทำไมลุงพลถึงขึ้นไปบนภูจากนั้นชาวบ้านก็หาจนมืด และประสานตามหมู่บ้านอื่น ๆ ก็ไม่เจอ

          ทั้งนี้ สรยุทธบอกว่า ตอนนี้ถือว่าลุงพลยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แต่เมืองไทยก็ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ที่ผู้ต้องหามีแฟนคลับ มีเซเลบมาก่อน การนำเสนอข่าวเรื่องนี้ของช่อง 3 นั้น อาจจะน้อยกว่าปกติ ทั้งที่นักข่าวต้องไปทำข่าวมาเยอะ ซึ่งนักข่าวก็ไม่ได้น้อยใจอะไร แม้จะติดตามข่าวมาตั้งนาน

           การนำเสนอข่าวลุงพลนั้น ต้องบอกว่า เราไม่ได้นำเสนอลุงพลในฐานะเซเลบคดีฆาตกรรม การที่เสนอข่าวว่า ลุงพลไปกินข้าว โหงวเฮ้งเป็นอย่างไร ไปห้างแล้วห้างแตก ขายอาหารเสริม แต่เรากำลังเสนอคดีอาชญากรรมของเด็กคนหนึ่ง ตนมองเรื่องนี้เป็นคดีอาชญากรรมคดีหนึ่ง

ดูข่าวอื่นเพิ่มเติมได้ที่………………

บทความแนะนำ