จันทรุปราคา

เปิดภาพ วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 จันทรุปราคา เหนือประเทศไทย ดูได้อีกครั้ง 8 พ.ย.65

จันทรุปราคา
จันทรุปราคา

จันทรุปราคา เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าประเทศไทย” ตั้งแต่เวลา 18.30-20.00 น.สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ

โดยในเวลา 19.33 น. หากสังเกตดวงจันทร์บนหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา จะเห็นว่าดวงจันทร์โดนบังไปครึ่งดวง และในเวลาประมาณ 19.52 น. ดวงจันทร์จะค่อยๆ ออกจากเงามืดของโลกจนหมด เข้าสู่เงามัวซึ่งจะสังเกตได้ยาก เนื่องจากความสว่างของดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

และสุดท้ายดวงจันทร์จะพ้นจากเงามัวของโลกเวลา 20.49 น. ถือว่าสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาในครั้งนี้โดยสมบูรณ์

การเกิด จันทรุปราคา

จันทรุปราคา (เรียกได้หลายอย่าง เช่น จันทรคราส, จันทรคาธ, ราหูอมจันทร์ หรือ กบกินเดือน) คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เรียงอยู่ในแนวเดียวกันพอดี จันทรุปราคา จะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ หรือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ปรากฏการณ์จันทรุปราคาแม้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มีอิทธิพลต่อความคิดและความเชื่อในหลายวัฒนธรรมมาช้านาน รวมทั้งของไทยด้วย ซึ่งลักษณะของจันทรุปราคาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงจันทร์ที่เคลื่อนที่ผ่านเงาของโลกในเวลานั้นๆ อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์จันทรุปราคา ไม่สามารถเกิดขึ้นทุกเดือน เนื่องจากระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ และระนาบที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก ไม่ใช่ระนาบเดียวกัน หากตัดกันเป็นมุม 5 องศา ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดจันทรุปราคา จึงมีเพียงประมาณปีละ 1-2 ครั้ง โดยที่สามารถมองเห็นจากประเทศไทย เพียงปีละครั้ง

ดังนั้นจึงมีการการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์จันทรุปราคาครั้งนี้ วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น. พร้อมสัญญาณภาพจากหอดูดาว 4 ภูมิภาค

จัดที่หอดูดาว อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

และจัดที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.นครราชสีมา

และที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.ฉะเชิงเทรา

และสุดท้ายหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.สงขลา

ทั้งนี้ ในค่ำคืนวันวิสาขบูชา จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง สังเกตได้ในแถบประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี อินโดนีเซีย ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 15:47 น. จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 16:44 น.

และเข้าสู่จันทรุปราคาเต็มดวงตั้งแต่เวลา 18:11-18:25 น. แต่ในประเทศไทยดวงจันทร์จะโผล่พ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:38 น. ทำให้ผู้สังเกตในไทยมีโอกาสมองเห็นเป็นเพียง จันทรุปราคาบางส่วน เท่านั้น

สำหรับผู้ที่ติดตามปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาแบบเต็มดวง” ในครั้งต่อไปในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งตรงกับช่วงฤดูหนาว.

หากใครมีกล้องโทรทรรศน์ส่วนตัว หรือเป็นโรงเรียนเครือข่ายในโครงการกระจายโอกาสเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่ได้รับมอบกล้องโทรทรรศน์จาก NARIT ก็เป็นโอกาสดีที่จะนำกล้องออกมาตั้งสังเกตการณ์กัน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากใครอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ขอให้สังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง หรือดู LIVE ของ NARIT ก็ได้ ปลอดภัยแน่นอน

สถิติการเกิดจันทรุปราคา

สถิติในช่วง 5,000 ปี นับตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงคริสต์ศักราช 3000 มีจันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นทั้งหมด 3,479 ครั้ง คิดเป็น 28.8% ของจันทรุปราคาทั้งหมด จันทรุปราคาบางส่วนเกิดขึ้นทั้งหมด 4,207 ครั้ง คิดเป็น 34.9% และจันทรุปราคาเงามัวเกิดขึ้นทั้งหมด 4,378 ครั้ง คิดเป็น 36.3%
จันทรุปราคาในแต่ละปีปฏิทินมีจำนวนไม่เท่ากัน จำนวนปีที่มีจันทรุปราคา 2 ครั้ง มีมากที่สุดถึง 70.8% จำนวนปีที่มีจันทรุปราคา 3 ครั้ง คิดเป็น 17.7% จำนวนปีที่มีจันทรุปราคา 4 ครั้ง คิดเป็น 10.8% และจำนวนปีที่มีจันทรุปราคา 5 ครั้ง คิดเป็น 0.7%

สุริยุปราคาและจันทรุปาคา คืออะไร

สุริยุปราคา (Solar Eclipse)

สุริยุปราคา หรือ สุริยคราส เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาเรียงอยู่ในแนวเดียวกันโดยมีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ทั้งดวงหรือบางส่วน ทำให้คนบนโลกสังเกตเห็นเงามืดมาบดบังดวงอาทิตย์ สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นเฉพาะวันเดือนมืด (แรม 15 ค่ำ หรือ ขึ้น 1 ค่ำ) เนื่องจากเป็นวันที่ดวงจันทร์อยู่ตรงกลางระหว่างโลก และดวงอาทิตย์ ถ้าดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง เรียกว่า สุริยุปราคาเต็มดวง (total eclipse) แต่ถ้าดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้บางส่วน เรียกว่า สุริยุปราคาบางส่วน (partial eclipse)

 จันทรุปาคา (lunar eclipse)

จันทรุปราคา (ชื่ออื่น เช่น จันทรคาธ, จันทรคราส, ราหูอมจันทร์ หรือ กบกินเดือน; อังกฤษ: lunar eclipse) เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์ผ่านหลังโลกเข้าสู่อัมบรา (umbra) โดยตรง ซึ่งเกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์เรียงตรงกันพอดีหรือใกล้เคียงมาก โดยมีโลกอยู่กลาง ชนิดและระยะของอุปราคาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงจันทร์เทียบกับปมวงโคจร (orbital node)

จันทรุปราคาสามารถดูได้จากทุกที่ในฝั่งกลางคืนของโลก ซึ่งต่างกับสุริยุปราคาซึ่งมองเห็นได้จากพื้นที่ค่อนข้างเล็กของโลก จันทรุปราคากินเวลาเป็นชั่วโมง ขณะที่สุริยุปราคาเต็มดวงกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีในที่หนึ่ง ๆ เนื่องจากเงาของดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่า นอกจากนี้ จันทรุปราคายังสามารถดูได้โดยไม่ต้องมีสิ่งป้องกันดวงตาหรือการป้องกันเป็นพิเศษ เพราะมืดกว่าจันทร์เพ็ญ

บทความแนะนำ